Top 5 Indian hot

5 อันดับนักแสดงหญิงอินเดียที่กำลังฮอทมากที่สุด

ประเทศอินเดียอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของเค้าถือว่ามาไกล และมาแรงมาก เอาแค่การอุดหนุในประเทศก็ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว ยังไม่รวมการนำมาฉายนอกประเทศอีก ซึ่งพวกเค้าตั้งเขตอุตสาหกรรมไว้ว่า บอลลีวู้ด (จงใจให้คล้ายกับ ฮอลลีวู้ด) นักแสดงหญิงอินเดียแม้จะมากมายตามความนิยม แต่ที่สุดของนักแสดงหญิงมีไม่กี่คนเท่านั้น เราคัดเน้นๆ มาแนะนำกัน 5 คนดังต่อไปนี้

ปรียันกา โชปรา

คนแรกนี้ความสวยไม่ต้องบอกว่า สิบคะแนนเต็มแบบมงลงด้วย เนื่องจากเธอเป็นมิสอินเดีย และมิสเวิล์ดของปี 2000 มาการันตีความสวยไม่เพียงแค่ความสวยเท่านั้น ความเก่งเธอก็ชนะเลิศด้วย เพราะว่าเธอมีความสามารถด้านวิศวกรซอฟต์แวร์อีกด้วย ผลงานสร้างชื่อของเธอก็คือ เรื่อง Don หนังแอ็คชั่นที่เธอประกบคู่กับพระเอกยอดนิยมอย่าง ชาห์ รุข ข่าน

ไอศวรรยา ราย

คนนี้เราขอบอกว่าอย่าไปมองตาเธอเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะตกหลุมรักเธอทันที ความสวยของเธอเคยถูกนิยามเอาไว้ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกเลยทีเดียว คิดดูว่า จูเลีย โรเบิร์ต นักแสดงฮอลลีวู้ดยังเห็นด้วยเมื่อครั้งเคยร่วมงานกัน ผลงานสร้างชื่อของเธอก็คือเรื่อง Bride & Prejudice กับเรื่อง Jodhaa Akbar และ Devdas (เรื่องนี้อยากให้ไปหาดูกัน หนังดีมากจนได้รับเสนอชื่อชิงรางวัลด้วย)

คาทรินา เคฟ

คนนี้ความสวยของเธอไม่ได้เป็นแบบอินเดียแท้ จะเป็นแบบผสมกันตามสไตล์ลูกครึ่ง เนื่องจากเธอเป็นลูกครึ่งอินเดีย – อังกฤษ ความสวยของเธอมันช่างเซ็กซี่ ร้อนแรง พร้อมที่จะละลายใครก็ตามที่เธอหว่านเสน่ห์ไปให้ ตอนนี้เธอเป็นดาราหญิงที่ค่าตัวสูงสุดในวงการไปแล้ว หนังที่เราอยากให้ทุกคนไปรู้จักเธอก็คือ Why did I Fall in Love เธอเล่นคู่กับ ซัลมาน ข่าน รับรองว่าสวยแซ่บ กว่าดาราสาวอินเดียที่เราเคยเห็นมาทุกคนแน่นอน

กรีนา คาปูร์

คนนี้ออกจะสวยแบบรุ่นใหญ่นิดหนึ่ง แววตาของเธอก็สามารถพิฆาตหนุ่มที่มองเข้าไปในตาเธอได้เหมือนกัน ความสามารถการเล่นหนังของเธอก็จัดว่ายอดเยี่ยมด้วย เธอคนนี้น่าจะคุ้นตาแฟนหนังบ้านเราดี เนื่องจากเราเคยเห็นฝีมือการแสดงของเธอไปแล้วจากซีรีย์ฟอร์มยักษ์อย่างเรื่อง พระเจ้าอโศกมหาหราช

ทีปิกา ปาทุโกณ

คนนี้เรายกเรื่องรอยยิ้ม ความสดใสเหมือนกับสาววัยแรกแย้มของเธอมาเป็นอาวุธเด็ดก็แล้วกัน เวลาเห็นเธอยิ้มโลกนี้มันช่างสดใสเสียจริงๆ มีลักยิ้มสองข้างด้วยยิ่งน่ารักเข้าไปอีก ตัวเธอนั้นเข้าวงการด้วยการเดินแบบก่อน จากนั้นผันตัวมาเล่นภาพยนตร์ ซึ่งเธอก็ทำได้ดีทีเดียว นอกจากในบอลลีวู้ด เธอยังเคยโกอินเตอร์ ไปเล่นหนังกับวินดีเซลเรื่อง XXX : return of xander cage อีกด้วย ไม่ธรรมดาคนนี้บอกเลย

gclub.tv

สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ โปรโมชั่นสุดพิเศษเพียบ

สำหรับท่านที่ต้องการจะสมัคร gclub เพื่อรับโบนัสสูงสุดเพียงแค่คุณทำตามเงื่อนไขครบก็รับทันทีโบนัสสุดพิเศษมากมาย โดยโบนัสที่ได้จะทำการโอนเข้าบัญชีของคุณทันทีขั้นตอนการสมัครก็ง่ายใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีก็เรียบร้อย ระบบฝาก-ถอนก็รวกเร็วทันใจหายห่วงมีธนาคารที่มั่นคงที่สุดในประเทศไทยรองรับถึง 8 แห่งสามารถฝาก-ถอนได้ตลอด 24 ชั่วโมง แบบไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกด้วย ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากสามารถฝาก-ถอนผ่านระบบอัตโนมัติได้ทันทีใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที เป็นอันเสร็จ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ไม่ต้องรอนานให้เสียอารมเหมือนระบบฝากถอนเดิมๆ ที่อาจจะใช้เวลานานจนเกินไป ส่วนท่านใดที่ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชั่นต่างๆ สามารถเลือกเมนูโปรโมชั่นเพื่อดูข้อมูลโปรโมชั่นทั้งหมดได้ทันที แต่ถ้าท่านสมาชิกต้องการสอบถามรายละเอียดหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโปรโมชั่นสามารถติดต่อทางทีมงานได้โดยตรงผ่าน Live Chat หรือ Call Center ทางทีมงานจะให้รายละเอียดกับท่านอย่างครบถ้วนตามที่ท่านต้องการจนกว่าจะเข้าใจในข้อมูลที่ต้องการ โดยขั้นตอนการสมัครนั้นก็มีให้คุณเลือกอยู่หลากหลายวิธี อาทิเช่น สมัครผ่าน Line , Call Center , Live Chat หรือ สมัครผ่านแบบฟอร์ม สะดวกวิธีไหนเลือกได้เลย

gclub.tv-

สมัคร gclub ง่ายๆ เพียง 5 นาที

สมัครสมาชิก gclub ขั้นตอนการสมัครไม่ยุ่งยากเสร็จเร็วทันใจภายใน 4 ขั้นตอนดังนี้

  1. เลือกวิธีการสมัคร gclub ผ่านช่องทาง Line , Call Center , Live Chat หรือ สมัครผ่านแบบฟอร์ม ตามความสะดวกของท่าน
  2. ให้ติดต่อทีมงานผ่านช่องทางที่เลือกเพื่อขอรับการสมัคร
  3. เมื่อติดต่อทีมงานแล้วขั้นต่อไปให้ทำการโอนเงินเข้าระบบเพื่อเป็นการเปิดบัญชีของท่าน
  4. รอ SMS ตอบกลับจากทางทีมงานเพื่อแจ้ง User Password ตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ได้ระบุไว้ในการสมัคร (หากท่านใดที่ต้องการเปลี่ยน Password สามารถเปลี่ยนได้ทันทีหลังจากได้รับ SMS)

โปรโมชั่นสุดพิเศษที่เหนือกว่าทุกที่ที่ท่านเคยพบเจอมา

หลายท่านคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าโปรโมชั่นที่ดีถือได้ว่าเป็นบ่อเงินบ่อทองเลยก็ว่าได้ มันช่วยให้ท่านนั้นมีเงินทุนในการวางเดิมพันเพิ่มมากยิ่งขึ้นช่วงเพิ่มโอกาสในการทำเงินได้สูงขึ้นด้วย โปรโมชั่นจึงเถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับเหล่าพนันออนไลน์ สังเกตง่ายๆ เว็บคาสิโนออนไลน์ที่มีคนใช้บริการมากๆ มักจะมีโปรโมชั่นที่ดี ซึ่ง gclub ก็เป็นเว็บอันดับต้นๆ ที่ได้รับการยอมรับว่ามีโปรโมชั่นสุดพิเศษและคุ้มค่าสำหรับสมาชิกมากที่สุด อาทิเช่น สมัครใหม่รับโบนัสทันที , คืนยอดเสีย 3% ทุกเดือน , ลุ้นหวยฟรีทุกงวด , ถูกหรือผิดติดต่อกันรับเงินเพิ่ม , แนะนำเพื่อนสมัครรับโบนัสเพิ่มทันทีและอื่นๆ อีกเพียบรอให้ท่านได้มาสัมผัสกัน สมัครเลยวันนี้รับรองว่าคุณจะได้รับประสบการณ์และความประทับใจในการเล่นเกมคาสิโนออนไลน์มากกว่าที่อื่นอย่างแน่นอน

Omkara plays Om Jay Shiv.

เพลงที่เล่นใน Omkara ชื่อ Om Jay Shiv มีความหมายอย่างไรและสื่อถึงอะไร

            Jai Shiv Omkara เป็นบทดสวดภาษาฮินดูต่อพระศิวะ ซึ่งถูกใช้ประกอบพิธีกรรมในพระวิหารพระศิวะ เป็นเพลงสวดที่รู้จักกันแพร่หลายทั่วภาคเหนือของอินเดีย บทสวดนี้ ถูกเขียนขึ้นโดยพระภิกษุสงฆ์นามว่า Swami Shivananda โดยมีหลักฐานว่ามีตัวตนอยู่จริงในเมืองพาราณสี ในช่วงปลายศตวรรษที่สิบเก้า Sawami Vivekananda ได้ยินว่าบทสวดนี้ถูกใช้ในการประกอบพิธีในพาราณสี จึงได้นำกลับไปยังที่ Belur Math สำนักงานใหญ่ของ Ramakrishna Mission ในมณฑลเบ็งกอล

ในบรรดาบทสวดอารตี Jai Shiv Omkara บทนี้เป็นบทสวดที่มีความแตกต่างเฉพาะจงเจาะถึงพระศิวะ และบรรดาผู้นับถือพระศิวะ ก็ได้เลือกที่จะท่องด้วยศรัทธาอย่างแรงกล้า เพื่อหวังจะให้เทพเจ้าของพวกเขาช่วยบัลดาลความปรารถนาของตนให้เป็นจริง ช่วยคลายความทุกข์ภายในร่างกาย และจิตใจ จากบทสวดที่เห็นได้ชัดเจนว่าเน้นคำว่า “ปลดปล่อยฉันจากความทุกข์ยาก”

เนื้อร้องบทสวดของ Jai Shiv Omkara

जय शिव ओंकारा, जय शिव ओंकारा
ब्रह्मा, विष्णु, सदाशिव, अर्द्धांगी धारा
जय शिव ओंकारा

มีความหมายว่า: ข้าขอบูชาท่านพระศิวะ รวมถึงเทพทั้งหลายช่วยปลดปล่อยฉันจากความทุกข์ยาก

एकानन चतुरानन पंचानन राजे
हंसासन गरूड़ासन वृषवाहन साजे
जय शिव ओंकारा

มีความหมายว่า: แด่เทพหนึ่งหน้า สี่หน้า และห้าหน้า แด่เทพสูงสุดพระศิวะ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากความทุกข์ยากของข้าพระองค์

श्वेतांबर पीतांबर बाघंबर अंगे
सनकादिक गरुणादिक भूतादिक संगे
जय शिव ओंकारा

มีความหมายว่า: ข้าขอบูชาท่านพระศิวะ ผู้ที่มีร่างกายสีขาว และนุ่งห่มหนังเสือ ผู้มีกองทัพทำลายล้าง ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากความทุกข์ยากของข้าพระองค์

कर के मध्य कमंडलु चक्र त्रिशूलधारी
सुखकारी दुखहारी जगपालन कारी
जय शिव ओंकारा

มีความหมายว่า: ข้าขอบูชาท่านพระศิวะ ผู้ถือครองเหยือกศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในมือ หนึ่งบนตรีศูล นำพาความสงบสุข ทำลายความทุกข์ รักษาโลกทั้งใบ ขอโปรดทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากความทุกข์ยากของข้าพระองค์

त्रिगुणस्वामी जी की आरति जो कोइ नर गावे
कहत शिवानंद स्वामी सुख संपति पावे
जय शिव ओंकारा

มีความหมายว่า: ผู้ที่ได้ท่องบทสวดนี้แด่เทพสูงสุดทั้งสามพระองค์ จักประสบกับความปรารถนาที่ใจต้องการ ข้าขอบูชาท่านพระศิวะ ขอโปรดทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากความทุกข์ยากของข้าพระองค์

นี่เป็นบทสวดที่แปลมาอย่างคร่าวๆ อาจะไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็น เพราะในปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครแปลบทสวดเป็นภาษาไทยอย่างเป็นทางการ ทางผู้เขียนจึงต้องทำการแปลมาจากภาษาอื่นอีกที แต่ใจความนั้นยังคงมีความหมายเดียวกัน คือความต้องการที่จะปลดทุกข์ของตนเอง

What is Bollywood

Bollywood คือ อะไร แล้วทำไมหนังอินเดียถึงต้องเป็น Bollywood

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมหนังของชาวอินเดียนั้น ถูกเรียกกันว่าหนัง Bollywood จริงๆ แล้วมันมีจุดเริ่มต้นครั้งแรกในมุมไบ หรือที่เรียกจักกันดีในเมืองบอมเบย์ ประเทศอินเดีย ซึ่งที่มาของมันก็มาจากการผสมชื่อระหว่างชื่อเมืองบอมเบย์ เข้ากับ ฮอลลีวูด จนกลายเป็น “บอลลีวูด” นั่นเอง เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าเป็นหนังที่สร้างในบอมเบย์ โดยชาวอินเดีย โดยเป็นส่วนหนึ่งของวงการภาพยนต์ของอินเดียที่เรียกกันว่า “อินดีวูด” เป็นศูนย์การสรรค์สร้างภาพยนต์ทุกชนิดของชาวอินเดีย โดยปกติแล้วภาษาที่นักแสดงจะใช้พูดกันในภาพยนต์ฉบับบอลลีวูดนะ จะเป็นภาษาประจำท้องถิ่นอย่าง ภาษาฮินดู – อูรดู หรือ ฮินดูสตานี ปัจจุบันนี้มีการพัฒนาเพิ่มองค์ประกอบภาษาต่างๆ ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย และเข้าใจได้ง่ายขึ้น

วงการภาพยนต์ของอินเดียนั้น จัดเป็นวงการบันเทิงขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ในปี 2017 มีการสร้างภาพยนต์ออกมาทั้งหมด 1,986 เรื่อง โดยประกอบไปด้วยภาพยนต์บอลลีวูด 364 เรื่อง คิดเป็นรายได้ประมาณ 43% จากรายได้สุทธิ ในขณะที่ 36% ตกเป็นรายได้ของภาพยนตร์ภาษาทมิฬ ถือเป็นวงการหนังที่ทำรายได้สูงของอันดับต้นๆ ของโลก จากหลักฐานต่างๆ เช่นรายได้จากยอดขายตั๋วชมภาพยนต์ที่ขายในปี 2001 รวมยอดแล้วมากถึง 3.6 พันล้านใบ เมื่อเทียบกับหนังฮอลลีวูด ที่ขายตั๋วภาพยนต์ได้ 2.6 พันล้านใบทั่วโลก มากกว่ากันถึง 1 พันล้านใบเลยทีเดียว ไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมล่ะ

จุดเริ่มต้นความรุ่งเรืองของวงการบันเทิงอินเดียนั้น เริ่มต้นขึ้นจากภาพยนตร์เรื่อง Raja Harishchandra ที่ฉายในปี 1913 โดยชายชื่อ Dadasahed Phalke ถือเป็นหนังเงียบเรื่องแรก (Silent Film) ที่ถูกสร้างขึ้นโดยอินเดีย เมื่อเข้าสู่ปี 1930 เป็นช่วงที่วงการอุตสาหกรรมบันเทิงเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถสร้างหนังได้ 200 เรื่องในทุกๆ ปี หนังเรื่องแรกที่มีเสียงประกอบนั้น คือเรื่อง Ardeshir Irani’s Alam Ara ฉายเมื่อปี 1931 มันประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้วงการหนังเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการเข้าสู่ยุคภาพยนตร์ที่มีเสียงประกอบร่วม

นับตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมาถือเป็นยุคที่หนังบอลลีวูดกลับมาโด่งดังทั่วโลก จากการมีนักแสดงยอดเยี่ยม 3 คนที่ได้รับฉายาว่า Three Khans ประกอบไปด้วย Aamir Khan, Shah Rukh Khan และ Salman Khan ถือเป็นดาราที่มีค่าตัวและรายได้สูงติดใน 10 อันดับของบอลลีวูด โดยเริ่มสร้างชื่อเสียงมาตั้งแต่ 1980 ถ้านับเรื่องว่าใครรวยกว่าแล้ว Shah Rukh Khan นั้นมีรายได้สูงที่สุดในบรรดานักแสดงในปี 1990 – 2000 แต่เมื่อเข้าปี 2000 ตำแหน่งตกเป็นของ Aamir Khan ผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นดาราที่มีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของปี 2017 เมือดูจากความนิยมอย่างมากจากแฟนๆ ชาวอินเดีย และประเทศจีน

omkarathefilm-Kareena kapoor

ประวัติส่วนตัว ของนักแสดง Kareena Kapoor Khan

Kareena Kapoor เกิดเมื่อวันที่ 21 กันยายน 1980 เธอเป็นที่รู้จักจำนวนมากของผู้คนในชื่อ Kareena Kapoor Khan มากกว่า โดยชื่อนี้เป็นชื่อที่ได้มาหลังจากแต่งงานแล้ว เธอเป็นนักแสดงชาวอินเดียผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งได้เข้าไปปรากฏในภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง เธอเป็นลูกสาวของนักแสดงชาวอินเดียรุ่นเก่าอย่าง Randhir Kapoor กับ Babita อีกทั้งยังมีน้องสาวเป็นนักแสดงเช่นเดียวกัน โดยน้องสาวคือ Karisma Kapoor

Kareena Kapoor เป็นนักแสดงหญิงเจ้าบทบาท ผู้ซึ่งได้รับบทมามากมายหลายต่อหลายบทบาท ไม่ว่าจะทั้งภาพยนตร์ โรแมนติก, คอมเมดี้, ดราม่า, อาชญากรรม เธอได้รับรางวัลมากมายหลายรางวัล อาทิเช่นรางวัล Filmfare Awards ถึง6 รางวัล , รางวัลนักแสดงนำหญิงของ Bollywood’s ผู้ซึ่งได้รับความนิยมมากที่สุด

หลังจากที่เธอเปิดตัวกับภาพยนตร์เรื่องแรกใน ปี 2000 โดยรับบทเป็นผู้ลี้ภัยช่วงสงครามโลก ต่อมา Kapoor ก็ได้สร้างภาพยนตร์ฮินดูซึ่งเป็นละครประวัติศาสตร์อย่าง Asoka และละครประโลมโลกอย่าง Kabhi Khushi Kabhie Gham ในปี 2001 ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ ทำรายได้อย่างมหาศาล จากที่กล่าวมานี้เป็นเพียงแค่ขั้นแรกของการประสบความสำเร็จ แต่แล้วเธอก็ต้องพบเจอกับความผิดหวังเมื่อรับเล่นโฆษณาซีรีย์ให้กับโฆษณาเจ้าหนึ่ง แต่มันกลับไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คิด แถมมันยังทำให้เธอต้องพบกับคำวิจารณ์แง่ลบจำนวนมาก

ต่อมาปี 2004 จุดหักเหของชีวิต Kareena Kapoor ก็เริ่มขึ้นจากตรงนี้ โดยเธอรับบทเป็นหญิงขายบริการทางเพศในละครดราม่าเรื่อง Chameli ซึ่งทำให้ผู้คนแปลกใจกับบทบาทครั้งนี้มาก หลังจากนั้นสิ่งที่ตามมาก็คือ เธอได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และได้รับบทบาทเป็นเหยื่อการของจลาจลในละคร Dev ปี 2004 ซึ่งเป็นละครที่สร้างมาจาก นวนิยายของ William Shakespeare’s ปี 2006 ได้เล่นละครอาชญากรรม เรื่อง Omkara

ต่อมาเธอได้รับรางวัล Filmfare Awards ในฐานะนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม , นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากการแสดงปี 2007 ในภาพยนตร์ โนแมนติก – คอมเมดี้ เรื่อง Jab We Met กับเรื่อง We Are Family ในปี 2010 ตามลำดับ Kapoor ประสบความสำเร็จอีกครั้งในภาพยนตร์ดราม่า – คอมเมดี้ เรื่อง 3 Idiots ปี 2009, เรื่อง Bajrangi Bhaijaan ปี 2015 ซึ่งได้รับการยกย่องจากบทบาทของเธอในหนังระทึกขวัญปี 2009 Kurbaan และเรื่อง Heroine ปี 2012

Kareena Kapoor แต่งงานกับนักแสดงชายชื่อ Saif Ali Khan โดยชีวิตนอกจอของเธอเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในอินเดีย เธอมีชื่อเสียงด้านการแสดงออกอย่างเปิดเผยรวมทั้งกล้าแสดงออกความเป็นตัวของตัวเอง รวมถึงยังได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีส่วนร่วมในวงการภาพยนตร์ผ่านสไตล์แฟชั่นและบทบาททางภาพยนตร์ นอกเหนือจากการแสดงภาพยนตร์ Kapoor มีส่วนร่วมในฐานะผู้เขียนหนังสือ 3 เล่ม ได้แก่ ไดอารี่อัตชีวประวัติและหนังสือแนะนำด้านโภชนาการ 2 เล่ม

mansoor ali khan

ประวัติส่วนตัว ของนักแสดง Saif Ali Khan

Saif Ali Khan เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2513 เป็นนักแสดง โปรดิวเซอร์ชาวอินเดีย เขาเป็นลูกชายของนักแสดงหญิง Sharmila Tagore และเป็นลูกชายของ นักคริกเก็ต Mansoor Ali Khan Pataudi Khan โดย Khan ได้เปิดตัวการแสดงละครเรื่องแรกของเขาในละครชื่อว่า Parampara ปี1993 ของ Yash Chopra เป็นละครดราม่า แต่ก็ยังไม่ได้รับประสมความสำเร็จ แต่กลับมาประสบความสำเร็จกับบทบาทในละครโรแมนติกเรื่อง Yeh Dillagi กับ Main Khiladi Tu Anari ซึ่งเป็นหนังแอคชั่นในปี 1994 ปีเดียวกันทั้ง 2 เรื่องโอกาสในการทำงานของ Khan ทางด้านการแสดงลดลงมากในทศวรรษที่ 1990 แต่ต่อมาความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาก็มาพร้อมกับบทละครดราม่าเรื่อง Hum Saath-Saath Hain ปี 1999 ต่อมาเขาได้สร้างชื่อเสียงมากขึ้นไปอีกด้วยบทบาทในภาพยนตร์คอมเมดี้ – ดราม่า ทั้ง 2 เรื่อง ได้แก่ Dil Chahta Hai ปี 2001และ Kal Ho Naa Ho ปี2003 ในปี 2004 ภาพยนตร์โรแมนติก – คอมเมดี้ เรื่อง Hum Tum ได้พิสูจน์ฝีมือการแสดงของ Khan เขาได้รับประสบความสำเร็จในฐานะนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม อีกทั้งยังได้รับรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมโดยนำแสดงในละครเรื่อง Parineeta และภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ – โรแมนติกเรื่อง Salaam Namaste ปี 2005 ทั้ง 2 เรื่อง ด้วยรางวัลเหล่านี้เป็นเครื่องการันตีฝีมือว่าเขาเป็นนักแสดงชายแถวหน้าผู้มากฝีมือของวงการ Bollywood

เขาได้รับการยกย่องสรรเสริญอย่างกว้างขวางในการเป็นเด็กฝึกงานในภาพยนตร์ของอังกฤษเรื่อง Cyrus ปี 2006 เขาสวมบทตัวละครที่สร้างมาจากนิยายของ William Shakespeare’s ในปีเดียวกัน ต่อมาเขาได้ร่วมเล่นภาพยนตร์อาชญากรรม เรื่อง Omkara และรับบทเป็นผู้ก่อการร้ายในภาพยนตร์ Kurbaan ในปี 2009

ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ได้ก้าวเข้ามาสู่ชีวิตของเขาอีกรอบ ในปี 2008 จากภาพยนตร์สุดระทึกขวัญ Race and its อีกทั้งยังได้เล่นภาพยนตร์สุดโรแมนติดเรื่อง Love Aaj Kal ปี 2009 ในปี 2012 ได้เล่นเรื่อง Cocktail ภาพยนตร์อันสุดโรแมนติก – คอมเมดี้ หลังจากนั้นความสำเร็จก็ยังตามมาติดๆ จากการได้ขึ้นเป็นนักแสดงนำซี่รี่ย์แห่ง Box-office flops แต่อย่างไรก็ตามเขาได้รับการยกย่องให้เป็นดาราที่มีชื่อเสียงโด่งดังเข้าไปอีกในภาพยนตร์ คอมเมดี้ – ดราม่า เรื่อง Chef 2017

Saif Ali Khan เป็นนักแสดงผู้ที่ได้รับรางวัลหลายรางวัล รวมทั้งรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติและรางวัล Filmfare Awards ครั้งที่ 6 รวมทั้งได้รับรางวัล Padma Shri รางวัลที่ 4 ในตำแหน่งนักแสดงอินเดียยอดนิยม ปี 2010 เขาได้รับการชื่นชมจากการแสดงของเขาในภาพยนตร์หลายประเภทตั้งแต่แนวอาชญากรรมไปจนถึงเรื่องระทึกขวัญ รวมทั้งละครโรแมนติกเขาก็สามารถเล่นได้ นอกจากนี้บทบาทภาพยนตร์ของเขาได้รับการยกย่องในฐานะที่เปลี่ยนแปลงแนวคิดที่มีต่อฮีโร่ของภาพยนตร์อินเดียอีกด้วย