Omkara plays Om Jay Shiv.

เพลงที่เล่นใน Omkara ชื่อ Om Jay Shiv มีความหมายอย่างไรและสื่อถึงอะไร

            Jai Shiv Omkara เป็นบทดสวดภาษาฮินดูต่อพระศิวะ ซึ่งถูกใช้ประกอบพิธีกรรมในพระวิหารพระศิวะ เป็นเพลงสวดที่รู้จักกันแพร่หลายทั่วภาคเหนือของอินเดีย บทสวดนี้ ถูกเขียนขึ้นโดยพระภิกษุสงฆ์นามว่า Swami Shivananda โดยมีหลักฐานว่ามีตัวตนอยู่จริงในเมืองพาราณสี ในช่วงปลายศตวรรษที่สิบเก้า Sawami Vivekananda ได้ยินว่าบทสวดนี้ถูกใช้ในการประกอบพิธีในพาราณสี จึงได้นำกลับไปยังที่ Belur Math สำนักงานใหญ่ของ Ramakrishna Mission ในมณฑลเบ็งกอล

ในบรรดาบทสวดอารตี Jai Shiv Omkara บทนี้เป็นบทสวดที่มีความแตกต่างเฉพาะจงเจาะถึงพระศิวะ และบรรดาผู้นับถือพระศิวะ ก็ได้เลือกที่จะท่องด้วยศรัทธาอย่างแรงกล้า เพื่อหวังจะให้เทพเจ้าของพวกเขาช่วยบัลดาลความปรารถนาของตนให้เป็นจริง ช่วยคลายความทุกข์ภายในร่างกาย และจิตใจ จากบทสวดที่เห็นได้ชัดเจนว่าเน้นคำว่า “ปลดปล่อยฉันจากความทุกข์ยาก”

เนื้อร้องบทสวดของ Jai Shiv Omkara

जय शिव ओंकारा, जय शिव ओंकारा
ब्रह्मा, विष्णु, सदाशिव, अर्द्धांगी धारा
जय शिव ओंकारा

มีความหมายว่า: ข้าขอบูชาท่านพระศิวะ รวมถึงเทพทั้งหลายช่วยปลดปล่อยฉันจากความทุกข์ยาก

एकानन चतुरानन पंचानन राजे
हंसासन गरूड़ासन वृषवाहन साजे
जय शिव ओंकारा

มีความหมายว่า: แด่เทพหนึ่งหน้า สี่หน้า และห้าหน้า แด่เทพสูงสุดพระศิวะ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากความทุกข์ยากของข้าพระองค์

श्वेतांबर पीतांबर बाघंबर अंगे
सनकादिक गरुणादिक भूतादिक संगे
जय शिव ओंकारा

มีความหมายว่า: ข้าขอบูชาท่านพระศิวะ ผู้ที่มีร่างกายสีขาว และนุ่งห่มหนังเสือ ผู้มีกองทัพทำลายล้าง ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากความทุกข์ยากของข้าพระองค์

कर के मध्य कमंडलु चक्र त्रिशूलधारी
सुखकारी दुखहारी जगपालन कारी
जय शिव ओंकारा

มีความหมายว่า: ข้าขอบูชาท่านพระศิวะ ผู้ถือครองเหยือกศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในมือ หนึ่งบนตรีศูล นำพาความสงบสุข ทำลายความทุกข์ รักษาโลกทั้งใบ ขอโปรดทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากความทุกข์ยากของข้าพระองค์

त्रिगुणस्वामी जी की आरति जो कोइ नर गावे
कहत शिवानंद स्वामी सुख संपति पावे
जय शिव ओंकारा

มีความหมายว่า: ผู้ที่ได้ท่องบทสวดนี้แด่เทพสูงสุดทั้งสามพระองค์ จักประสบกับความปรารถนาที่ใจต้องการ ข้าขอบูชาท่านพระศิวะ ขอโปรดทรงช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากความทุกข์ยากของข้าพระองค์

นี่เป็นบทสวดที่แปลมาอย่างคร่าวๆ อาจะไม่ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็น เพราะในปัจจุบันนี้ยังไม่มีใครแปลบทสวดเป็นภาษาไทยอย่างเป็นทางการ ทางผู้เขียนจึงต้องทำการแปลมาจากภาษาอื่นอีกที แต่ใจความนั้นยังคงมีความหมายเดียวกัน คือความต้องการที่จะปลดทุกข์ของตนเอง

What is Bollywood

Bollywood คือ อะไร แล้วทำไมหนังอินเดียถึงต้องเป็น Bollywood

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมหนังของชาวอินเดียนั้น ถูกเรียกกันว่าหนัง Bollywood จริงๆ แล้วมันมีจุดเริ่มต้นครั้งแรกในมุมไบ หรือที่เรียกจักกันดีในเมืองบอมเบย์ ประเทศอินเดีย ซึ่งที่มาของมันก็มาจากการผสมชื่อระหว่างชื่อเมืองบอมเบย์ เข้ากับ ฮอลลีวูด จนกลายเป็น “บอลลีวูด” นั่นเอง เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าเป็นหนังที่สร้างในบอมเบย์ โดยชาวอินเดีย โดยเป็นส่วนหนึ่งของวงการภาพยนต์ของอินเดียที่เรียกกันว่า “อินดีวูด” เป็นศูนย์การสรรค์สร้างภาพยนต์ทุกชนิดของชาวอินเดีย โดยปกติแล้วภาษาที่นักแสดงจะใช้พูดกันในภาพยนต์ฉบับบอลลีวูดนะ จะเป็นภาษาประจำท้องถิ่นอย่าง ภาษาฮินดู – อูรดู หรือ ฮินดูสตานี ปัจจุบันนี้มีการพัฒนาเพิ่มองค์ประกอบภาษาต่างๆ ให้มีความหลากหลาย ทันสมัย และเข้าใจได้ง่ายขึ้น

วงการภาพยนต์ของอินเดียนั้น จัดเป็นวงการบันเทิงขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ในปี 2017 มีการสร้างภาพยนต์ออกมาทั้งหมด 1,986 เรื่อง โดยประกอบไปด้วยภาพยนต์บอลลีวูด 364 เรื่อง คิดเป็นรายได้ประมาณ 43% จากรายได้สุทธิ ในขณะที่ 36% ตกเป็นรายได้ของภาพยนตร์ภาษาทมิฬ ถือเป็นวงการหนังที่ทำรายได้สูงของอันดับต้นๆ ของโลก จากหลักฐานต่างๆ เช่นรายได้จากยอดขายตั๋วชมภาพยนต์ที่ขายในปี 2001 รวมยอดแล้วมากถึง 3.6 พันล้านใบ เมื่อเทียบกับหนังฮอลลีวูด ที่ขายตั๋วภาพยนต์ได้ 2.6 พันล้านใบทั่วโลก มากกว่ากันถึง 1 พันล้านใบเลยทีเดียว ไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมล่ะ

จุดเริ่มต้นความรุ่งเรืองของวงการบันเทิงอินเดียนั้น เริ่มต้นขึ้นจากภาพยนตร์เรื่อง Raja Harishchandra ที่ฉายในปี 1913 โดยชายชื่อ Dadasahed Phalke ถือเป็นหนังเงียบเรื่องแรก (Silent Film) ที่ถูกสร้างขึ้นโดยอินเดีย เมื่อเข้าสู่ปี 1930 เป็นช่วงที่วงการอุตสาหกรรมบันเทิงเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว สามารถสร้างหนังได้ 200 เรื่องในทุกๆ ปี หนังเรื่องแรกที่มีเสียงประกอบนั้น คือเรื่อง Ardeshir Irani’s Alam Ara ฉายเมื่อปี 1931 มันประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ทำให้วงการหนังเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากการเข้าสู่ยุคภาพยนตร์ที่มีเสียงประกอบร่วม

นับตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมาถือเป็นยุคที่หนังบอลลีวูดกลับมาโด่งดังทั่วโลก จากการมีนักแสดงยอดเยี่ยม 3 คนที่ได้รับฉายาว่า Three Khans ประกอบไปด้วย Aamir Khan, Shah Rukh Khan และ Salman Khan ถือเป็นดาราที่มีค่าตัวและรายได้สูงติดใน 10 อันดับของบอลลีวูด โดยเริ่มสร้างชื่อเสียงมาตั้งแต่ 1980 ถ้านับเรื่องว่าใครรวยกว่าแล้ว Shah Rukh Khan นั้นมีรายได้สูงที่สุดในบรรดานักแสดงในปี 1990 – 2000 แต่เมื่อเข้าปี 2000 ตำแหน่งตกเป็นของ Aamir Khan ผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นดาราที่มีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของปี 2017 เมือดูจากความนิยมอย่างมากจากแฟนๆ ชาวอินเดีย และประเทศจีน